วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2560



ความรู้ที่ได้รับ
   การศึกษาแบบเรียนรวม
รูปแบบการจัดการศึกษา
♦ การศึกษาแบบปกติทั่วไป
♦ การศึกษาพิเศษ
♦ การศึกษาแบบเรียนร่วม
♦ การศึกษาแบบเรียนรวม

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม
- การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
- มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปทำร่วมกัน
- ใช้เวลาช่วงนึงในแต่ละวัน
- ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม

- การศึกษาสำหรับทุกคน
- รับเด็กมาเรียนร่วมกันตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา
- จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

การประเมิน
ประเมินตนเอง : ฟังที่อาจารย์สอนด้วยความตั้งใจ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนบางคนอาจมีพูดคุยกันบางเวลา 
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจ



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560



ความรู้ที่ได้รับ

 เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์- มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
- แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
- ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
- มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ

ด้านความประพฤติ

♦ ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ
♦ ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น
♦ เอะอะและหยาบคาย

ด้านความตั้งใจและสมาธิ

♦ จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ในระยะสั้น
♦ สิ่งรอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
♦ งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจใดๆ
♦ ไม่สามารถนั่งนิ่งๆได้
♦ พูดคุยตลอดเวลา
♦ ทักษาการจัดการต่ำ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก
- ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนเด็กปกติ
- รักษาความสัมพันธ์ไม่ได้
- มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
- มีความคับข้องใจ 
- แสดงออกทางร่างกาย เช่นปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย


การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและสนใจอาจารย์สอน
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจเรียนและร่วมซักถามคำถามที่สงสัย
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจและอธิบายได้ชัดเจน
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560



ความรู้ที่ได้รับ

  เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities )
- เรียกย่อๆว่า L.D.
- มีปัญหาทางการเรียนรู้
- เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมองในเรื่องของการตีความ หรืออาจเกิดจากกรรมพันธุ์


1.ด้านการอ่าน ( reading Disorder

   อ่านหนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ ไม่สามารถจับใจความได้ ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
2.ด้านการเขียน ( Writing Disorder )
   เขียนตัวหนังสือผิด เขียนตัวอักษรสลับกัน เช่น ม-น ภ-ถ ลากเส้นวนๆ จับดินสอแน่น สดกดคำผิด เขียนไม่ตรงบรรทัด  เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ สติถิ
3.ด้านการคิดคำนวณ ( Mathematic Disorder )
   ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลข ทำให้แก้โจกท์เลขไม่ได้ นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้ เขียนเลขกลับกัน

     เด็กออทิสติก ( Autistic )

- ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
- มีเอกลักษณ์ของตนเอง 
- รักษาไม่หาย นอกจากช่วยให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
          " ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว "



การประเมิน
ประเมินตนเองตั้งใจเรียนฃ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียน
ประเมินอาจารย์อาจาร์อธิบายรายละเอียดได้ชัดเจน 

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4
วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2560
ความรู้ที่ได้รับ

  ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
  4.เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด 
1.ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง
   - เสียงบางส่วนของคำหายไป
   - ออกเสียงตัวอื่นแทนตัวที่ถูก
   - เพิ่มเสียงที่ไม่ถูกต้องไปด้วย
   - เสียงเพี้ยน
2.ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
   - พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน
   - เว้นวรรคไม่ถูกต้อง
   - พูดเร็วหรือช้าเกินไป
   - จังหวะเสียงพูดผิดปกติ
   - พูดไม่ต่อเนื่อง
3.ความบกพร่องของเสียงพูด
   - บกพร่องระดับของเสียง
   - เสียงดังหรือค่อยเกินไป
   - คุณภาพของเสียงไม่ดี

ความบกพร่องทางภาษา
1.การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย
   - มีความลำบากในการใช้ภาษา
   - ผิดปกติเรื่องไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
   - ไม่สามารถสร้างประโยคได้ 
   - บกพร่องทางเชาว์ปัญญา
   - ใช้ภาษาห้วนๆ
2.ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไปเรียกว่า Dysphasia หรือ aphasia
   - อ่านไม่ออก 
   - เขียนไม่ได้
   - สะกดคำไม่ได้
   - ใช้ภาษาสับสน
   - จำคำหรือประโยคไม่ได้
   - ไม่เข้าใจคำสั่ง
   - พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้

  5.เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
   • เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน

   • อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
   • เจ็บป่วยเรื้อรัง
   • มีปัญหาทางระบบประสาท
   • เคลื่อนไหวลำบาก
โรคลมชัก
1.การชักในช่วงเวลาสั้นๆ 
2.การชักแบบรุนแรง
3.อาการชักแบบ Partial Complex
4.อาการไม่รู้สึกตัว
5.ลมบ้าหมู
การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานในกรณีเด็กมีอาการชัก
• จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
• ไม่จับยึดตัวเด็กขณะชัก
• หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆรองศีรษะ
• ดูดน้ำลาย เสมหะ เศษอาการออกจากปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
• จัดเสื้อผ้าเด็กให้หลวม
• ห้ามนำวัตถุใดๆใส่ปาก
• ทำการช่วยหายใจโดยวิธีการเป่าปากหากเด็กหยุดหายใจ


ซี.พี. ( Cerebral Palsy )
 ซี.พี. คือ สมองพิการ ส่งผลต่อร่างกาย สมองไม่สามารถสั่งให้ร่างกายขยับได้

1.กลุ่มแข็งเกร็ง
- อัมพาตครึ่งซีก
- อัมพาตครึ่งท่อนบน
- อัมพาตครึ่งท่อนล่าง
- อัมพาตทั้งตัว
2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง
- athetoid อาการขยุกขยิกช้าๆ
- ataxia ผิดปกติในการทรงตัว
3.กลุ่มอาการแบบผสม
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากเส้นประสาทควบคุมสลายตัว เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ จะมีความพืการซ้อนระยะหลัง
- โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ คือ ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด
- โปลิโอ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ มีอาการกล้ามเนื้อลีบ ยืนไม่ได้ แต่ไม่ส่งผลต่อสติปัญญา
- โรคกระดูกอ่อน
- โรคศีรษะโต
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- แขนขาด้วนแต่กำเนิด
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

• มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
• ท่าเดินคล้ายกรรไกร
• เดินขากะเผลกหรือเชื่องช้า
• ไอเสียงแห้งๆ
• มักบ่นเจ็บหน้าอก ปวดหลัง
• หน้าแดงง่าย
• หกล้มบ่อย
• หิวน้ำเกินกว่าเหตุ



การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ สอนสนุก และแสดงตัวอย่างได้เห็นภาพมากขึ้น
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ.2560



ความรู้ที่ได้รับ

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
แบ่งเป็น 2 ประเภท
- เด็กปัญญาเลิศ
- เด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง

1.เด็กปัญญาเลิศ
  - จะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
  - จะเรียนรู้แต่สิ่งที่ตนเองสนใจเท่านั้น
  - ใช้คำพูดเหมือนผู้ใหญ่
  - ไม่ชอบอยู่กับเด็กวัยเดียวกัน
  - จะถามคำถามตลอดเวลา
  - อ่อนไหวง่าย

2.เด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
  1.เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
เด็กเรียนช้า IQ 71-90
   สาเหตุภายนอก จากเศรษฐกิจครอบครัว จะพบในครอบครัวคนรวยมากกว่าจนคน
   สาเหตุภายใน พัฒนาการช้า
เด็กปัญญาอ่อน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20 ไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้เลย
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34 ฝึกหัดในชีวิตประจำวันได้ เรียกโดยทั่วไปว่า C.M.R
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดปานกลาง IQ 35-49 ทำงานง่ายๆได้ ไม่ต้องใช้ความละเอียลออ เรียกโดยทั่วไปว่า T.M.R 
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70 เรียนในระดับปฐมศึกษาได้ เรียกโดยทั่วไปว่า E.M.R
ดาวน์ซินโดรม 
   สาเหตุจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21

ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
- ช่วงความสนใจสั้น
- อวัยวะบางส่วนมีรูปร่างผิดปกติ
- ช่วยเหลือตนเองได้น้อยกว่าเด้กในวัยเดียวกัน


  
  2.เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
เด็กหูตึงแบ่งเป็น 4 ระดับ
  - หูตึงระดับน้อย มีปัญหาการรับฟังเสียงเบาๆ
  - หูตึงระดับปานกลาง ได้ยินไม่ชัด จับใจความไม่ได้
  - หูตึงระดับมาก มีปัญหาการฟังและการพูด ต้องอ่านปากเอา
  - หูตึงระดับรุนแรง มีปัญหาการฟังและการพูดอย่างมาก ได้ยินเสียงก่อสร้างเบา
เด็กหูหนวก
  ใช้ภาษามือ
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
- ตะแคงหูฟัง
- พูดด้วยเสียงแปลก
- มักแสดงท่าทาง
- มองปากของผู้พูด
  


  3.เด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น
เด็กตาบอด
  มีลานสายตาแคบแค่ 5 องศา และต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการรับรู้
เด็กตาบอดไม่สนิท
  มีลานสายตาสูลสุดไม่เกิน 30 องศา
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
- มักบ่นว่าปวดศรีษะ
- ก้มศีรษะชิดกับงาน โดยปกติต้องห่างประมาณ 1 ฟุต
- ตาและมือไม่สัมพันธ์กัน




การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน 
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียนและช่วยกันตอบคำถาม
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจง่าย 
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2560





ความรู้ที่ได้รับ

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special need)
   ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีความค้องการพิเศษมีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 
1.ทางชีวภาพ = เด็กทีโรคประจำตัว
2.สภาพแวดล้อมก่อนคลอด = แม่ของเด็กแข็งแรงไม่พอ
3.กระบวนการคลอด = ขากออกซิเจนในเด็กแรกคลอด
4.สภาพแวดล้อมหลังคลอด = การปล่อยปะละเลยลูก

สาเหตุที่ทำให้เกิดเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
1.พันธุกรรม เช่น - โรคผิวเผือก
                          - โรคเท้าแสนปม
                          - ปากแหว่งเผดานโหว่
                          - ธาลัสซีเมีย
2.โรคของระบบประสาท
3.การติดเชื้อในครรภ์
4.ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม - ไทรอยด์ ฮอร์โมนต่ำ
5.ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด - คลอดก่อนกำหนด
6.สารเคมี เช่น - ตะกั่ว อยู่ในภาชนะเครื่องครัว ตรงจุดเชื่อม
                       - แอลกอฮอลล์ ทำให้เด็กเป็นโรค Fetal Alcohol Syndrome (FAS)
                       - นิโคติน เด็กขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์
7.การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม
8.สาเหตุอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุ


ประเมิน

ตัวเอง :ตั้งใจเรียนดีมีเล่นโทรสับบางครั้ง

เพื่อนๆ : ดูตั้งใจเรียน

อาจารย์ : อาจารย์น่ารัก สอนไม่ยากเข้าใจง่ายหลักการไม่เยอะ

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1 
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ

- อธิบายรายวิชา
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ 100 คะแนน

   จิตพิสัย                                           20  คะแนน
   งานเดี่ยว/งานกลุ่ม                          20  คะแนน
   การบันทึกการเรียนรู้ (Blog)            20  คะแนน
   ทดสอบระหว่างภาค (Chioce)         20  คะแนน
   คะแนนสอบปลายภาค                     20  คะแนน

- การออกนอกสถานที่เพื่อไปสังเกตเด็กพิเศษ

- แบบทดสอบก่อนเรียน

ประเมิน

ตัวเอง: เนื่องจากตัวเองไม่ได้ไปเลยต้องถามงานจากเพื่อนๆ